บทสัมภาษณ์พิเศษ เรื่องสถานการณ์อิสลาเอล-ปาเลสไตน์ในปัจจุบัน กับศ.ดร. จรัญ มะลูลีม

เรื่องโดย กฤช เจ้านู๋ยิ้มยากและผองเพื่อน

หนึ่งในกองบรรณาธิการของเราได้มีโอกาสพูดคุยสัมภาษณ์พิเศษ เรื่อง สถานการณ์อิสราเอล-ปาเลสไตน์ในปัจจุบัน กับศ.ดร.จรัญ มะลูลีม อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บทสัมภาษณ์พูดคุยในครั้งนี้มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก กองบรรณาธิการSinghadangpostจึงขอนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกท่าน

เยรูซาเลมมีความสำคัญอย่างไร

เยรูซาเลมเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของ 3 ศาสนา ที่นับถือพระเจ้าองค์เดียวกัน มีวิหารโซโลมอนของชาวคริสต์ มีมัสยิดอัลอักศอของชาวมุสลิม และกำแพงร้องไห้ของชาวยิว เพราะในความเป็นจริงทั้ง 3 เกิดขึ้นในตะวันออกกลางทั้งหมด และสืบเชื้อสายมาใกล้เคียงกัน

ในอดีตประชาชนถึงแม้ว่าจะนับถือศาสนาที่แตกต่างกัน แต่ก็อยู่ร่วมกันอย่างสันติ แต่ทำไมในปัจจุบันจึงเกิดความขัดแย้งขึ้นระหว่างชาวอิสลาเอลที่นับถือศาสนายิวกับชาวปาเลสไตน์ที่นับถือศาสนาอิสลาม

ต้องเข้าใจกันก่อนว่าในอิสลาเอลมีอยู่ 2 กลุ่มกลุ่มแรกคือกลุ่มชาวยิวที่อยู่ร่วมกับชาวอาหรับ มีประมาณร้อยละ 10 กลุ่มชาวยิวกลุ่มนี้มิได้มีความบาดหมางกับชาวปาเลสไตน์แต่อย่างใด และกลุ่มชาวยิวที่เข้ามาใหม่หรือกลุ่มไซออนนิส มีประมาณร้อยละ 90 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความบาดหมางกับชาวปาเลสไตน์เป็นอย่างมาก

กลุ่มไซออนนิสเป็นขบวนการของชาวยุโรปซึ่งใช้ชื่อของหุบเขาในเยรูซาเลมเป็นชื่อกลุ่มของตนเอง เป็นการเข้ามายึดครองดินแดนในปีค.ศ. 1948 ชาวยุโรปที่มีเงินมีการบีบซื้อที่ดินของประชาชนในพื้นที่ มีการตั้งองค์กรฮากานะ ซึ่งกลุ่มนี้เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย

ถึงแม้ว่าชาวยิวเคยถูกกระทำอย่างโหดร้ายจากฮิตเลอร์ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ว่าในปัจจุบัน     อิสลาเอลก็กำลังปฏิบัติคล้าย ๆ กันต่อชาวปาเลสไตน์

การเจรจาสันติภาพในอดีตไม่มีอะไรที่ดีขึ้นมาต่อชาวปาเลสไตน์ จึงมีคำพูดที่ว่า “Land for the Jew”  “Peace for Palestine” อิสลาเอลยิ่งเจรจายิ่งได้ที่ดิน แต่ปาเลสไตน์ยิ่งเจรจาก็ได้แค่สันติภาพมาปลอบใจ ดินแดนของตนก็ยังถูกยึดครองเหมือนเดิม

 การย้ายสถานทูตสหรัฐในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงอะไร

การย้ายสถานทูตในครั้งนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สหรัฐนั้นจะไม่มีวันที่จะแสดงความเป็นกลางในความขัดแย้งระหว่างอิสลาเอล และโลกอาหรับได้เลย ก็คือว่า อิทธิพลของชาวยิวก็ยังคงมีอยู่ในสหรัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่เราเรียกว่า Jewish lobby  ซึ่งเป็นกลุ่มยิวที่คอยให้การสนับสนุนรัฐบาล รัฐบาลทรัมป์ก็ทำตามความต้องการของกลุ่มนี้ เป็นการสนองตอบ จะเห็นได้ว่าทรัมป์เป็นคนมุทะลุ ดุดัน และไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะตามมาเท่าไหร่ แต่ผลตอนนี้มันสะท้อนให้เห็นแล้วก็คือ โลกสะท้อนใจกับความตาย และการปราบรามอย่างรุนแรงของอิสลาเอลต่อชาวปาเลสไตน์

 ปัจจุบันสถานการณ์การประท้วงในอิสลาเอลเป็นอย่างไรบ้าง

จากการขึ้นมาของ Donald Trump  Trump ให้การสนับสนุนอิสลาเอลอย่างเต็มที่ ประการแรก การให้สถานทูตสหรัฐย้ายไปอยู่ที่กรุงเยรูซาเลม ถึงแม้ว่ารัฐสภาสหรัฐให้การยอมรับมาเป็นระยะเวลานานแล้ว หากแต่ภาคปฏิบัตินั้น เนื่องจากหลายฝ่ายเกรงว่าอาจจะนำไปสู่ความรุนแรง จึงทำให้ในอดีตไม่มีรัฐบาลชุดไหนนำไปปฏิบัติ หากแต่ว่ารัฐบาลในยุค Trump นำไปปฏิบัติ

ประการที่สอง Trump พยายามยกเลิกข้อตกลงเรื่องนิวเคลียร์ที่มีประเทศจากคณะมนตรีความมั่นคงและเยอรมนี หรือเรียกว่า Five+one เข้าร่วมลงนาม การถอนออกมาคนเดียวของสหรัฐ ส่งผลให้ไม่มีใครยอมรับ พูดง่าย ๆ ว่านโยบายหลาย ๆ อย่างนั้นเป็นไปเพื่ออิสลาเอล และต่อต้านอิหร่านอย่างแท้จริง

ภายหลังการขึ้นมาของมกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบียคนใหม่ โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน หรือ MBS ได้กระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐ และอิสลาเอลมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้เกิดสิ่งที่น่าแปลกใจ คือ ซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศเสาหลักของโลกอาหรับให้การสนับสนุนอิสลาเอลในการปราบปรามผู้ประท้วงชาวปาเลสไตน์ในครั้งนี้

ดังนั้นการแก้ปัญหาในตะวันออกกลางว่าด้วยอิสลาเอล-ปาเลสไตน์จึงมีอุปสรรคเป็นอย่างมาก และโลกอาหรับจึงเกิดความระสับระสายเป็นอย่างมาก เพราะ หนึ่งในประเทศเสาหลักของโลกอาหรับกำลังยืนอยู่อีกฝั่งกับโลกอาหรับ

ทำไมซาอุดิอาระเบียจึงแสดงท่าทีที่แตกต่างออกไปในเหตุการณ์ครั้งนี้

การให้การสนับสนุนอิสลาเอลในกรณีนี้ เพื่อมุ่งที่จะต่อต้านอิหร่าน เนื่องจากมีศัตรูร่วมกัน จึงเข้าทำนองที่ว่าศัตรูของศัตรูก็คือมิตร มีเป้าหมายเดียวกัน ก็คือ โค่นอำนาจอิหร่าน ซึ่งแข็งแกร่งเกินกว่าที่จะโค่นล้มได้ เพราะว่า ปัจจุบันอิหร่านประสบความสำเร็จในการขับไอเอสออกไป ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับตะวันตกเหมือนกัน และที่สำคัญ คือ สามารถหยุดยั้งกลุ่มก้อนที่ต่อต้านรัฐบาลซีเรียได้ อิทธิพลของอิหร่านจึงแผ่เข้าไปใน อิรัก ซีเรีย เลบานอน ฯลฯ มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้อิหร่าน และซาอุดิอาระเบียกำลังแข่งขันกันที่จะเป็นมหาอำนาจในภูมิภาคนี้ และการทะยานขึ้นของอิหร่าน ส่งผลให้ซาอุดิอาระเบียเกิดความกังวลเป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงเลือกหันไปคบกับอิสลาเอลมากยิ่งขึ้น

ดังนั้นในปัจจุบันอิหร่าน และซาอุดิอาระเบียกำลังทำสงครามตัวแทน (Proxy War) ระหว่างกัน โดยแต่ละประเทศก็ให้การสนับสนุนกลุ่มต่าง ๆ เพื่อสู้รบกับอีกกลุ่มที่มีอีกประเทศให้การสนับสนุน เช่น สงครามกลางเมืองซีเรีย สงครามกลางเมืองเยเมน หรือในกรณีการต่อต้านการก่อการร้าย เป็นต้น

การปฏิบัติของอิสลาเอลต่อชาวปาเลสไตน์ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์หรือไม่

สำหรับหลาย ๆ คนการยึดครองของอิสลาเอลได้ทำให้ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากตกอยู่ในสภาพที่น่าลำบาก อาจจะไม่ใช่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แต่ว่าเป็นการค่อย ๆ บีบให้ชาวปาเลสไตน์ออกนอกประเทศ บีบซื้อที่ดินให้ชาวปาเลสไตน์กลายเป็นผู้ลี้ภัยในดินแดนของตนเอง นี่ถือได้ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เข้ามาอยู่อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งบาดแผลใหญ่ ๆ เกิดขึ้นจากอังกฤษ และถูกซ้ำเติมโดยสหรัฐ

จากเหตุการณ์ในครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างสหรัฐและรัสเซียหรือไม่

การเผชิญหน้าในซีเรีย สหรัฐไม่กล้าเผชิญหน้ากับรัสเซียโดยตรง สังเกตได้จากการทิ้งระเบิดในซีเรีย สหรัฐจะทิ้งระเบิดไม่ให้ถูกรัสเซีย ฝ่ายรัฐบาลซีเรียก็มิได้รับผลกระทบมากนัก อย่างไรก็ตามรัสเซียจะอยู่ข้างเดียวกันกับอิหร่าน แต่รัสเซียก็ไม่ได้เป็นศัตรูกับอิสลาเอล และเคิร์ด

การปฏิบัติการต่าง ๆ ของสหรัฐในซีเรียมักเป็นไปเพื่อแสดงให้เห็นถึงการทำตามคำพูดของทรัมป์มากกว่าที่มีจุดประสงค์เพื่อทำลายอีกฝ่าย

หลาย ๆ คนให้ความเห็นใจแก่ชาวปาเลสไตน์ เนื่องจาก ชาวปาเลสไตน์ประสบชะตากรรมที่โหดร้ายต่าง ๆ ไม่สามารถกลับมาพื้นแผ่นดินของตนเองได้ ในขณะที่อิสลาเอลพยายามยึดครอง และไม่มองในเรื่องความชอบธรรม

ในอนาคตจะเกิดสงครามขนาดใหญ่ภายในภูมิภาคหรือไม่

ในภูมิภาคนี้จะไม่สงบ และก็สหรัฐจะตกเป็นเป้า หากแต่จะโดนกระทำที่ไหนก็เท่านั้นเอง ดังนั้นสหรัฐถูกตอบโต้จากประเทศต่าง ๆ สังเกตได้จากการเจรจากับเกาหลีเหนือสหรัฐยังมาเจรจาในประเทศที่มีความมั่นคงสูง

สงครามในภูมิภาคนี้จะเป็นลักษณะลักลอบโจมตีมากกว่าสงครามใหญ่ในภูมิภาค เช่น อิสลาเอลลักพาตัวนักวิทยาศาสตร์ชาวอิหร่าน  การโจมตีระหว่างกันโดยใช้พื้นที่ชายแดนซีเรีย เป็นต้น

ในอนาคตแนวนโยบายต่างประเทศของซาอุดิอาระเบียจะกระชับกับฝ่ายไหนมากกว่ากันระหว่างฝ่ายสหรัฐ และอิสลาเอล กับฝ่ายโลกอาหรับ

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในปาเลสไตน์ ถึงอย่างไรซาอุดิอาระเบียก็ยังมีความเห็นใจชาวปาเลสไตน์ ท่าทีของซาอุดิอาระเบียขึ้นอยู่กับการกดขี่ชาวปาเลสไตน์ของอิสลาเอลว่ามีมากน้อยแค่ไหน ถ้าหากอิสลาเอลพยายามกดดันมากขึ้น ซาอุดิอาระเบียอาจจะต้องกลับมาทบทวนนโยบายต่างประเทศใหม่ ว่าผลประโยชน์ในการต่อต้านอิหร่านกับผลเสียต่อชาวปาเลสไตน์ ซาอุดิอาระเบียควรอยู่ตำแหน่งใด

ประเทศไทยมีท่าทีอย่างไรต่อการย้ายสถานทูตสหรัฐในครั้งนี้

เมื่อวาน (15/05/2561) มีข่าวลือว่าไทยเข้าร่วมด้วย แต่กระทรวงการต่างประเทศออกมาชี้แจงแล้วว่าไทยไม่ได้เข้าร่วมแต่อย่างใด ซึ่งถือว่าการทูตของไทยใช้ได้ เพราะว่าเดือนมกราคมที่ผ่านมากนั้นไทยร่วมในการต่อต้านการตั้งสถานทูตของสหรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงไทยไม่ได้หวาดหวั่นกับอิทธิพลสหรัฐแต่อย่างใด ประการแรก ไทยกับปาเลสไตน์มีความสัมพันธ์อันดี ไทยให้การรับรองปาเลสไตน์ ประการที่สอง ไทยเคยประณามการปฏิบัติการของสหรัฐที่ต้องการโค้นล้มกัดดาฟี่ ภายหลังเหตุการณ์เบงกาซีในปีค.ศ. 2012 ไทยในฐานะประเทศสังเกตการณ์ของ OIC ไทยมีจุดยืนแบบนี้นั้นถูกต้องแล้ว