ลอซีส ตอนจิตเภท 1

       

 เขม่าควันปลายประบอกปืน สวนปะทะกับลมหนาวท่ามกลางความเงียบแห่งรัตติกาล หลังจากที่เสียงกัมปนาทของ .38 สงบลง ผมหยิบปืนคู่ใจกลับเข้ามาใส่ที่ซองข้างขากางเกง และเป็นอีกครั้งที่คู่หูของผมกระซิบที่ข้างหู “แกแน่ใจนะว่าคราวนี้จะเป็นตัวจริง” ผมหันกลับไปมองที่หน้าอันหมองคล้ำจากการทะรุมบอลเมื่อช่วงกลางวัน  ก่อนที่จะตอบกลับด้วยเสียงอันแผ่วเบา “กันก็ไม่แน่ใจ แต่ยังไงก็อย่าเพิ่งลงจากห้างเป็นอันขาด จนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า” อับดุลเลาะ ลอซีส คู่หูสุดที่รักของผมได้ฟังดังนั้นก็สะบัดตัวเล็กน้อยเพื่อขับไล่ความหนาว พลอยทำให้ผมต้องขยับตัวตามไปด้วยเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกัน ความเหน็บหนาวและความวังเวงนี่ไม่เคยปรานีใครเลย ชวนให้ผมคิดถึงเมื่อครึ่งปีที่แล้วเสียจริง ครึ่งปีที่แล้วที่ทำให้ผมกับคู่หูสุดที่รักของผมต้องมานั่งทนหนาวอยู่ ณ ที่แห่งนี้

 

ครึ่งปีก่อน –

 

 

          ผมนั่งทำงานอยู่ที่ห้องชั้นบนของสำนักงาน ขณะที่กำลังเบื่อๆกับงานที่ทำนั่นเองผมก็ได้ยินเสียงฝนตกที่นอกหน้าต่าง ทำให้ผมต้องลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานไปมองที่หน้าต่างสักพัก ‘พยากรณ์อากาศเมื่อเช้าก็ไม่เห็นบอกนี่นาว่าฝนจะตก’ ผมคิดในใจก่อนที่จะเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานเพื่อจัดการงานส่วนที่เหลือ พร้อมๆกับหยิบโทรศัพท์กะว่าจะโทรหาเลขาส่วนตัวของผม แต่ปรากฏว่าโทรศัพท์เจ้ากรรมของผมดันดับไปเสียดื้อๆ ผมพยายามกดเท่าไหร่ก็ไม่ยอมเปิดหรือสว่างขึ้นเลย ผมจึงต้องลุกออกจากโต๊ะทำงานอีกครั้งเพื่อที่จะออกไปที่หน้าสำนักงานสั่งงานกับเลขา แล้วนำโทรศัพท์ไปเข้าศูนย์ ทันใดนั้นเองจู่ๆก็มีชายขึ้นหนึ่งเข้ามาที่ห้องของผม

 

 

 

          เป็นชายวัยสามสิบต้นๆ ตัวเล็ก ผมหยิก ฟันยื่นออกมาเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลเข็ม แต่งกายด้วยชุดสูทสีกรมลึกลับแต่แฝงไปด้วยความสุภาพ ดูประหนึ่งว่าไม่ต้องการให้ใครรู้จักกับตนเองและตนเองก็ไม่อยากรู้จักกับใคร  แต่ตรงกันข้าม ผมรู้จักและสนิทกับชายคนนี้ดี เขาคืออับดุลเลาะห์ ลอซีส สหายชาวมุสลิม คู่หูผู้ร่วมงานสืบสวนคดีกับผมนั่นเอง เขาเดินเข้ามาที่ห้อง นั่งบนโซฟาที่อยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของผม ก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เฮ้อออออ!” “แกเป็นอะไร” ผมถามออกไปทันที คู่หูใช้สายตามองมาที่ผม ก่อนที่จะเหยียดแขนและขาออกไปแล้วบิดขี้เกียจ พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอันง่วงงัน “น่าเบื่อโว้ย!! ไม่มีงานสนุกๆทำเลย ”  ผมเดินกลับมาที่โต๊ะทำงาน หยิบเอกสารที่ยังทำไม่เสร็จมาอ่านต่อ แล้วก็ตอบกลับไปว่า “ก็ดีแล้วมิใช่หรือ จะได้พักผ่อน อีกอย่างบริษัทของเราไม่ได้ต้องการกำไรอยู่แล้วนี่ แกจะใจร้อนไปทำไม” ลอซีสส่ายหัวไปมาเบาๆ พร้อมๆกับบ่นขึ้นมา “พักผ่อน พักผ่อน” สักพักคู่หูของผมก็จ้องมาที่ผมอย่างร้อนร้น ราวกับมีเรื่องคอขาดบาดตายจะเกิดขึ้นกับผม

 

 

 

          “ว่าแต่ว่าแกกินยาที่หมอให้มาหรือยัง” ลอซีสเอ่ยขึ้น ผมละสายตาจากคู่หูของผมไปสักพัก ก่อนที่จะก้มลงเลื่อนลิ้นชัก เปิดกล่องยาแล้วหยิบขึ้นมากินอย่างง่ายดาย ตั้งแต่ที่ผมมีโรคประจำตัว ผมกลายเป็นคนที่กินยาง่ายขึ้นอย่างปริยาย ลอซีสเปลี่ยนท่าทีจนดูเหมือนพอใจอะไรสักอย่าง แต่ผมก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก มองออกไปที่หน้าต่าง ปรากฏว่าฝนหยุดตกแล้ว “เฮ้ย ฝนหยุดตกตอนไหนหว่า” ผมอุทานขึ้น เมื่อหันกลับมาที่โซฟา คู่หูของผมกลับมองฝนด้วยสีหน้าอันเคร่งเครียดกว่าเดิม ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์ของลอซีสก็ดังขึ้น!!!

 

          คู่หูของผมหันหน้าออกไปเล็กน้อยแล้วรับโทรศัพท์ ผมเองก็หยิบเอกสาร(ตัวเดิมที่อ่านเกือบจบนั่นแหละ) ขึ้นมาอ่านต่อ แต่ยังไม่ทันได้กวาดสายตา ลอซีสก็พูดขึ้นอย่างรีบร้อน “มีงานแล้ว ลูกค้ารออยู่ด้านล่าง ไปกัน 5555 ” ไม่ทันที่ผมจะวางเอกสารคู่หูของผมก็เดินอ้อมมาที่ด้านหลัง แล้วจูงมือพาผมวิ่งออกจากห้องทำงานของผมลงไปที่ห้องรับแขกด้านล่างอย่างรวดเร็ว ด้วยท่าทางอันดีอกดีใจ…. (โปรดติดตามตอนต่อไป)